สวัสดี บุคคลทั่วไป

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - maxbasic

หน้า: 1 [2] 3
16
กาลครั้งหนึ่ง ทำดี / เร็วๆนี้ พบกัน
« เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2015, 03:26:51 PM »
เร็วๆนี้ พบกัน


17
กาลครั้งหนึ่ง ออฟโรด / Style ล้อแนวออฟโรด
« เมื่อ: มิถุนายน 20, 2015, 09:58:24 AM »
สวัสดีชาวออฟโรด  กระทู้นี้เป็นกระทู้ รวมแบบล้อแม๊ก แนวออฟโรด สเป็คสวยๆ ล้นๆนิด หลากหลายลาย และ ยางขนาดต่างๆ
สมาชิกมีล้อสวยๆ มาอวดกันได้เลยครับ

COOPERTIRE, BF Goodrich, KM2, KO2, Maxxis, TE37x, Mickey, Bradley, เล็บเหยี่ยว,  Lenso max1, หยดน้ำ, Zeus cobra, TCPY, TE-20, TE-10, TE 0, ล้อออฟโรด offroad

18
กาลครั้งหนึ่ง ท่องเทียว / เที่ยวใหนกันดี
« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2015, 04:42:08 PM »
หน้าฝนแล้ว หาที่เที่ยวกันดีกว่า

19
กาลครั้งหนึ่ง ออฟโรด / Ford Ranger 4x4 สไตล์ 2"iNCH Offroad
« เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2015, 10:54:56 AM »
 

Upgrade ช่วงล่างคู่หน้า Ford ranger รองก้อน+ลูกหมากปรับองศา http://www.kanlakang.com/index.php/topic,43.msg2891.html#msg2891




รีวิว Step ยก2"นิ้ว : http://www.kanlakang.com/index.php/topic,3.0.html

รีวิวเปลี่ยนท่ออินเตอร์ : http://www.kanlakang.com/index.php/topic,43.msg1386.html#msg1386




รีวิว เปลี่ยนผ้าเบรค N-sport pro-spec (Nexzter Pro-Spec) : http://www.kanlakang.com/index.php/topic,43.msg2808.html#msg2808


รีวิวเปลี่ยนท่อสูตร Super G : http://www.kanlakang.com/index.php/topic,43.msg1355.html#msg1355



บูสเดิมๆ Ford Ranger 2.2

ท่อ+หม้อพัก ไม่มีแคท

เปลี่ยนโช๊คใหม่+Step รองก้อน
Not a valid youtube URL
รีวิว Step Ford Ranger 2.2 4WD ยก 2" นิ้ว (รองก้อน) : http://www.kanlakang.com/index.php/topic,43.msg1501.html#msg1501



#Bradley #TE37X #mickey #Fuel #blackrhino #max1 #หยดน้ำ #เล็บเหยี่ยว #ล้อกระทะ #BFGOODRICH #COOPERSTT #Nitto #maxsis #hankook #Offset #0 #-10 #-20 #16x8




Ford Ranger Wildtrak 4X4 3.2 ที่สุดของขุมพลังสูงถึง 200 แรงม้า


วันนี้เรามีสไตล์การแต่งรถสวยๆมาฝากเพื่อนๆกัน  ซึ่งก็เป็นสไตล์ของกลุ่มเลยครับ ออกแนว CROSS COUNTRY ถนนดำราบเรียบก็ทรงตัวนิ่ง หรือจะ Off Road ไต่ไหล่เขาก็ไม่หวั่นสู้หลังชนฝา ซึ่งก็หวังว่าจะเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆสมาชิกที่ชอบแนวนี้  และกำลังหาข้อมูลกันอยู่  สำหรับรถคันนี้ก็เป็นรถของสมาชิกในกลุ่มของเรานี้ละครับ คุณหนุน นามของเขาคือ เจ้าโชกุน เป็นรถป้ายแดงร้อนๆเลยครับ Ford Ranger Wildtrak 4X4 3.2 ที่สุดของขุมพลังสูงถึง 200 แรงม้า ณ ตอนนี้คงต้องยกความร้อนแรงให้กับค่ายนี้ละครับ  เล่นเอาผมเองอยู่ไม่สุขเหมือนกัน  ว่าแล้วก็มาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ  ว่าทำอะไรกับ เจ้าโชกุน Ranger คันนี้บ้าง

ฟิล์ม 3m ด้านหน้าเต็ม 60 ด้านข้าง 80 รอบคัน ดุดันลึกลับ น่าค้นหา..


Step คือ ยก 2 นิ้วครับ สไตล์นี้  สไตล์เรา 
โดยด้านหน้าเราจะใช้โช๊คสำหรับยก 2" Profender ปรับ 4 ระดับ กระบอกสีเหลือง ราคาเบาๆแต่คุณภาพไม่เบาเลย โดยใช้สปริงเดิมครับ


ด้านหลังเซ็ตโดยใช้แหนบเสริม add-a-leaf ของ procomp และเพิ่มความหนืบด้วยโช็ค Procomp MX6 ปรับ 6 ระดับ  เจ้าของบอกขับมันมากๆๆ ผมเองก็เช่นกัน  ลองแล้วของขึ้นเลย  ขับสนุกจริงๆครับ


เซ็ตช่วงล่างกันไปเรียบร้อยแล้ว  ระบบรองรับน้ำหนักที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องนึกถึง  นั้นคือยางครับ  เอาสวย  เอาหล่อ  เอาคุณภาพ  เราคงต้องยอมให้กับเจ้านี่เลยครับ  BF-Goodrich แต่เรื่องของราคาก็ต้องยอมรับว่าไม่เบาเลย และเนื่องจากซุ้มล้อของเจ้า Ford Ranger นี้กว้างและใหญ่โตมาก เจ้าของเลยจับเอา BF All Torrent  285-75-16 ใส่เลยครับ  โดยรัดเข้ากับล้อแม็กของค่าย Lenso Max1 16x9 et-0 กว้างได้ใจเข้ากับขนาดยาง 285 ได้อย่างลงตัวพอดี

 

แค่นี้ก็หล่อแล้วนะผมว่า แต่เดี๋ยวก่อน  เจ้าของบอกว่ายังไม่พออะ  รู้สึกบันไดข้างมองแล้วไม่ค่อยลงตัวเลย จับถอดซะเลย  แล้วจับค่าย Rock Country ใส่เข้าไปแทน เป็นบันไดเหล็กอลูมิเนียมพ่นดำ อืมตอนนี้ขึ้นลงมั่นใจขึ้นเยอะเลย... ว่าไปนั้น

     

อะไรนะ  ยังไม่พออีกเหรอ  รู้สึกว่ากระจังกับกันชนหน้าดูเรียบหรูไปหน่อย อยากได้แบบดุๆอีกนิด  ก็จัดไปสิครับ กระจังหน้าดำด้าน พร้อมกับกันชนหน้า Rapter + คิ้วล้อ  เจ้า Ford Ranger เปลี่ยนโฉมเดิมไปเลยที่เดียว

     

     

มาถึงตรงนี้เพื่อนๆคงรู้สึกว่านี่คงเป็นอะไรที่เยี่ยมแล้ว  แต่ยังครับ  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มันจะใช้งานและทำหน้าที่ก็ต่อเมื่อร่องลอยอยู่บนผิวน้ำ  ท่วมฝากระโปรงหรือกรองอากาศ  ถ้ามันได้ใช้งานจริงเราอาจจะปล่อยปลาในรถได้เลย  ซึ่งบอกเลยว่าไม่อยากเลี้ยงปลาในรถครับ แต่ใส่ไว้ก็ไม่เสียหาย แถมดูดีมีสง่าอีกด้วย  สิ่งนั้นคือ สน๊อกเกิ้ล นั้นเองครับ ที่หลายท่านตัดสินใจใส่นั้นนอกเหนือจากความสวยงามและทำหน้าที่ป้องกันน้ำเข้าเครื่องยนต์อันเนื่องมาจากลุยน้ำสูงกว่ากรองอากาศแล้ว  นั้นคือไม่ต้องมีการดันแปลงใดๆ ไม่ต้องเจาะแก้มข้างให้เสียความรู้สึก เจ้า Ford Ranger นี้จะออกแบบมาเพื่อให้สามารถใส่สน๊อกเกิ้ลได้โดยไม่ต้องดัดแปลงเลย....

     

เท่านี้น่าจะเพียงพอนะครับสำหรับ  Ford Ranger Wildtrak 4X4 3.2 น่าจะเป็นเป็นแนวทางได้บ้างนะครับ  ชอบแค่ไหน เอาแค่นั้นครับ


รายละเอียดสินค้าและอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามได้จากเบอร์ข้างล่างนี้นะครับ


ยาง BF พี่ภูผา 084-7114252 (สวนสมเด็จ ปากเกร็ด)
ล้อแม๊กออฟโรด พี่นัท 084-4463117 (ลาดกระบัง)
สน๊อกเกิ้ล   อากุ่ย 081-4991335 (รังสิตคลอง 6 )
กระจังหน้าดำด้าน  พี่แนท 087-9734948 (เชียงราย )
กันชน Rapter + คิ้วล้อ  ชัยเจริญ ไฟเบอร์ เฮียไพบูลย์ 081-903-2958 (บางพูน รังสิต)
โช็คหน้า Profender  ปรับ 4 ระดับ  ครอเซอร์4x4 สุพรรณ 0812789083
โช็คหลัง Procomp MX6  แหนบ add-a-leaf pro comp   หยองช็อป - 0891432141  ลาดปลาเค้าซอย 28
บันไดข้าง Rock country  พี่หนุ่ย - 0814383997  บางใหญ่  ซอยวัดเสาธงหิน
อู่ AO เสนา เปลี่ยนโช๊ค ตั้งศูนย์

20
เพื่อเป็นแนวทางการแต่งรถ
สมาชิก
#ติดฟีล์มยี่ห้ออะไร : 3M | Hi Kool | Lamina | Maxxma
#แบบใหน : ปรอท ชา ดำ
#กี่เปอร์เซนต์ 60/80  40/60
#ราคา : รอบคัน หน้าเต็ม
#เอารูปมาโชวกันด้วยยนะครับบ


21
ข้อควรปฏิบัติ 7 ประการในการขับรถ 4wd

ก่อนที่จะเข้าสู่พื้นฐานการขับรถในสถานการณ์ต่างๆ เราจำเป็นต้องบรรยายถึง ข้อปฏิบัติในการขับรถ 4WD โดยทั้งหมดนี้จะเน้น เรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ

1. เริ่มต้นด้วยการจับพวงมาลัยรถ มือทั้งสองของผู้ขับขี่จะต้องกำนอกวงพวงมาลัยเท่านั้ น ห้ามสอดมือลอดเข้าไปในพวงมาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จำเป็นต้องเลี้ยว หลายคนที่ยังปฏิบัติเหมือนกับขับบนทางเรียบ คือสอดมือลอดพวงมาลัยขณะที่เลี้ยวในเส้นทางออฟโรด ลองคิดคูว่าถ้าหากล้อรถตกลงไปในหลุมอย่างแรงอะไรจะเก ิดขึ้น? พวงมาลัยจะตีกลับอย่างแรง ถ้าหากเราสอดมือเข้าไปก็คงได้รับบาดเจ็บ เคยปรากฎให้เห็นถึงขนาดข้อมือถูกพวงมาลัยฟาดหักเลยที เดียว

2. การคาดเข็มขัดนิรภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้โดยสารทุกคนต้องรัดเข็มขัดเมื่ ออยู่บนเส้นทางออฟโรด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ารถจะพลิกคว่ำเมื่อไหร่ เมื่ออยู่ในเส้นทางออฟโรด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรัดเข็มขัดตลอดเวลา (ยกเว้นกรณีข้ามน้ำลึก)

3. ลดกระจกมองข้างรถเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขันเมื่อถึง จุดที่จำเป็นที่ต้อง วางตำแหน่งล้อเราจำเป็น ที่จะต้องชะโงกหน้าออก มามองล้อหน้า-หลัง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีขับข้ามสะพานซุง เราไม่ควนขับผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะอาจทำให้ตกสะพาน ได้ อาจเกิดอันตรายและทำให้เสียเวลามาก เราจึงควรชะโงกหน้าออกมาดูเพื่อให้แน่ใจก่อน อีกเหตุผลนึง การขันรถในเส้นทางออฟโรดรถจะเอียงซ้าย-ขวา ไปมา บางครั้งตกหลุมอย่างแรงทำให้หัวกระแทกกระจกได้

4. การหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ การใส่รองเท้าแตะ อาจทำให้การควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควร เช่นในสภาพฝนตก มีโคลนเลอะ การสวมรองเท้าแตะจะทำให้ลื่นมาก อาจทำให้เท้าหลุดจากคันเร่ง, คลัทช์ หรือเบรก ได้ นอกจากนั้นยังเป็นอันตราย หากเดินเหยียบหนามไผ่ในป่าทะลุเท้าได้ รองเท้าที่ใส่ ควรเป็นรองเท้าหุ้มข้อพื้นหนา เพื่อความคล่องตัว

5. การปรับเบาะไม่ให้เอนนอนมากเกินไป ตรงกันข้าม ในการขับขึ้นทางชันมากๆ เราต้องปรัพนักพิงมาข้างหน้าด้วยซ้ำไป การปรับเบาะเอนนอนมากเกินไป ทำให้ทัศนะวิสัยในการมองไม่ดี เห็นเป็นมุมเงยและแคบ ซึ่งมุมที่ถูกต้องจะต้องมองเห็น กว้างโดยเฉพาะผิวเส้นทางที่ใกล้รถเพียงไม่กี่เมตร การปรับพนักพิงให้อยู่ในระดับที่พอดี ะทำให้เรามองเห็นลักษณะเส้นทางที่ดีขึ้น

6. เก็บของและสัมภาระในรถให้รัดกุมแน่นหนา ควรเก็บสัมภาระในรถให้รัดกุมแน่นหนา โดยเฉพาะของที่อาจทำให้เกิด อันตรายได้ เช่นของมีคมต่างๆ ไขควง, คีมและอุปกรณ์รถต่างๆ เนื่องจากสภาพเส้นทางทำให้รถโยกไปมาได้ สิงขิงในรถก็จะ กลิ้งด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจมากระแทกโดนผู้ขับขี่ หรือผู้โดยสารทำให้ได้รับบาดเจ็บได้

7. การแต่งกายต้องรัดกุมไม่รุ่มร่าม ความรุ่มร่ามเป็นศัตรูที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่นในกรณีการใช้รอกไฟฟ้า (Winch) ดึงรถ ลวดสลิงเกิดขัด เพื่อนผมวิ่งไปพยายามแปมออกในขณะที่ผู้ขับในรถเป็นผู ้ควบคุมสวิทซ์เข้า-ออก ของรอกไฟฟ้า ซึ่งต่อเข้าไปในรถ โดยเข้าใจว่าสวิทซ์มีปี*หา จึงพยายามกดเข้าตลอดเวลา เพื่อที่แก้ปมเมื่อแก้ปมได้แล้ว สลิงกรอเข้าทันที เสื้อตัวให*่เข้าไปพันในรอกไฟฟ้า

http://phongsaphon.blogspot.com/2011/07/7-4wd.html

22
Review ล้อเล็บเหยี่ยว


เมื่อกล่าวถึง ล้อแมกซ์ สำหรับรถกระบะแล้ว คงไม่มีไคร ไม่รู้จักเจ้า  ล้อเล็บเหยี่ยว ซึ่งล้อลายนี้ ได้รับความนิยมเป้นอย่างมาก ในวงการ Off Road

ล้อเล็บเหยี่ยว หรือ ที่รู้จักกันเป้นอย่างดี ว่าเป็น ล้อแม็ก เดิมๆติดรถระบะ ISUZU รุ่น DRAGON EYE(ปี96-99) โฉม RODEO
ซึ่งเป็นล้อที่ผลิด โดย โรงงาน Enkei จึงมีความแข็งแรง และ เป็นที่ต้องการของคนที่ชื่อนชอบ เป็นอย่างมาก จึงทำไห้ หลังๆนี้
มีการผลิด ล้อลายเล็บเหยี่ยวขึ้นมามากมาย หลายขนาด วันนี้ Tangtamfun Car Club จะมาใขข้อข้องใจเกี่ยวกับล้อลายนี้ กัน


ล้อเล็บเหยี่ยว แท้ Enkei
- ขนาดล้อ 16x7 Off +7.5
- มีตรา ISUZU ตรงขอบด้านหน้า
- มีตรา Enkei ตรงขอบด้านหลัง
- มีรูยึดฝาล้อ 3 รู
- ล้อมือสอง ล้อเล็บเหยี่ยว แท้ Enkei จะมีราคา อยู่ที่ ชุดละ 9000-1100 ขึ้นอยู่กับสภาพ
ข้อดี
-แข็งแรงทนทาน







ล้อเล็บเหยี่ยว Copy
- ขนาดล้อ 16x8 Off 0
- ไม่มีตรา ISUZU ตรงขอบด้านหน้า
- ไม่มีตรา Enkei ตรงขอบด้านหลัง
- ไม่มีรูยึดฝาล้อ 3 รู
- ราคา 16x8 Off 0 วงละ 3,300 บาท
ข้อดี
- Off 0 ใส่แล้วจะดู สวย และ ดุ กว่า Off +7.5 ความแข็งแรงทนทานน่าจะน้อยกว่า (ตามความรู้สึก)
- มีหลายสีให้เลือก




กลึงดุม/ไม่กลึงดุม
หลายคนอาจสงสัย ว่าคืออะไร การกลึงดุมสำหรับล้อลายเล็บเหยี่ยว ทำเพื่อ ให้รูดุมตรงกลางล้อมีขนาดกว้างขึ้น เพื่อให้ใส่กับ รถ ยีห้อ Toyota ได้
เนื่องจาก ดุมล้อของ Toyota นั้น จะกว้างกว่า ISUZU จาก ล้อเดิมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ขนาด 100 มิลลิเมตร ถ้าจะให้ไส่กับรถ รถ ยีห้อ Toyota ได้
ต้องกลึงดุมล้อให้กว้างขึ้น เป็น  ขนาด  106 มิลลิเมตร จึงจะใส้ได้ แต่ร้านรับกลึงบางร้าน จะกลึงที่ขนาด 110 มิลลิเมตร จะทำให้กินรูน๊อตมานิดหน่อย


http://www.kanlakang.com/index.php?action=dlattach;topic=15.0;attach=297;image


รีวิว โดย Maxbasic

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand License.




23
พื้นฐานการขับรถ 4WD ในสถานการณ์ต่างๆ




เมื่อทราบข้อปฏิบัติแล้ว ม่านก็พร้อมที่จะทำความเข้าใจในการขับขี่รถ 4WD อย่างถูวิธี โดยแรกสุด ขอให้ทำความเข้าใจในธรรมชาติของรถ 4WD เนื่องจากระบบเคลื่อน 4 ล้อ เป็นระบบที่ทุกล้อทำการขับเคลื่อน และระบบของเฟืองท้าย อาจเป็นแบบธรรมดา ไม่ใช่แบบลิมิเต็ด สลปิ (LIMITED SLIP) ซึ่งจำเป็นต้องมีน้ำหนักกดในแต่ละคู่ล้อ จึงจะ ทำให้ล้อหมุนไปได้ ด้วยเหตุผลนี้ เราจำเป็นต้องขับ โดยพยายามให้ล้อแตะพื้นอย่างน้อย 3 จุด รถจึงจะสามารถเคลื่อนไปได้

วิธีการขับที่ง่ายที่สุด นั่นคือ การใช้ WALKING SPEED ในทุกอุปสรรค ขอให้ท่านผู้อ่านทดลอง เพื่อท่านจะได้ทราบถึงสมรรถนะของรถ 4WD ท่านจะรู้สึกถึงแรงดึงและดัน ของอัตราทดเกียร์ สโลว์ (4L ที่ตำแหน่งเกียร์ 1) โดยให้สังเกตถึงแรงดึงในขณะที่ขับลงเนินและแรงดันในขณะที่ขับขึ้นเนิน หากท่านมีความเข้าใจใน WALKING SPEED ดีแล้ว ท่านสามารถขับรถโดยไม่ต้องใช่เบรคเลย จนในที่สุดท่านจะทราบถึงขีดความสามารถของ WALKING SPEED และสามารถนำประโยชน์ไปใช้ได้จริงในบางลักษณะ ของเส้นทาง หรือบางกรณีก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์และรอบเครื่อง เพื่อให้ผ่านอุปสรรคนั้นไปได้


1. การขับผ่านอุปสรรคทอ่นไม้ขวางเป็นลูกระนาด

ควรเลือกใช้เกียร์ 4L ที่ตำแหน่งเกียร์ 1 เนื่องจากเราไม่ควรทำความเร็วมาก เพราะอาจทำให้ ช่วงล่างเสียหายได้ ให้ใช้รอบเครื่องอยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบ เมื่อรถคร่อมท่อนไม้ ล้อหน้าและ หลังจะถูกล๊อคโดยท่อนไม้ ในจังหวะนี้ให้ปี๊มคันเร่ง เพื่อให้รถสามารถข้ามท่อนไม้ไปข้างหน้าได้

ข้อควรระวัง : ห้ามกดคันเร่งแช่ ให้ขับในลักษณะกด-ปล่อยๆ ตามจังหวะของรถ และไม่ควรเลี้ยง คลัทช์ เพราะคลัทช์อาจไหม้ได้

2. การขับขึ้นและลงทางลาดชัน

ในการขับขั้นทางชั้น เราต้องปรับเบาะให้ตั้งขึ้นกว่าปกติ เพื่อแก้ทัศนวิสัยให้ดีขึ้น โดยไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยพร้อมกับกระจกข้างล่าง

การขับขึ้นและลงทางชัน ให้ทดลองใช้ WALKING SPEED โดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ ทั้งขึ้นและลง ถ้าหากทางขึ้นมีองศาชันมาก จนเกียร์ 1 ไม่สามารถขึ้นได้ ให้เลือก ใช้เกียร์ 4L ที่ตำแหน่งเกียร์ 2 เพราะถ้าหากเราใช้เกียร์ 1 รอบเครื่องจะจัดเกิน ไป ทำให้รอบหมดเร็ว โดยที่ไม่สามารถไต่ขึ้นทางชันมากๆ ได้ และทำให้คลัทช์ สึกหรอมาก การที่เราเปลี่ยนไปใช้เกียร์ 2 ก็เพื่อทำให้ล้อหมุนจัดขึ้นในรอบเครื่อง เดิม ในขณะที่แรงบิดก็มีพอเพียงที่จะทำให้สามารถทำให้รถเคลื่อนที่ขึ้นไปได้

เราไม่ควรใช้เกียร์ 3 ในการขึ้นและลงเนิน เนื่องจากแรงบิดเกียร์ 3 ไม่พอ จะทำ ให้เครื่องยนต์ดับกลางเนิน ถ้าหากเราเปลี่ยนเกียร์ที่ต่ำลงไม่ทัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการขับขึ้นทางชันที่มีผิวเปียกลื่นในขณะฝนตก เราจะต้องเลือกเกียร์ที่ถูก ต้องตั้งแต่ก่อนขึ้น เพราะหากใช้เกียร์ผิด รถจะไม่สามารถขึ้นได้และอาจะเป็น อันตรายถ้าหากเปลี่ยนเกียร์กลางเนิน

กรณีรถดับกลางเนิน ให้ดึงเบรคมือพร้อมกับเหยียบเบรค เพื่อให้รถหยุดอยู่กับที่ และเมื่อแน่ใจว่ารถหยุดอยู่กับที่แล้ว จึงค่อยสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมกับเข้าเกียร์ ถอยหลังและปลดเบรคมือ จากนั้นปล่อยให้รถถอยลงด้วยเกียร์ถอยหลัง โดยไม่ ต้องเหยียบคลัทช์, เบรค, คันเร่ง ถอยลงจนสุดเนิน แล้วจึงตั้งหลักใหม่ หากถอยลง มาไม่สุดแล้วเร่งสู้ ไม่มีทางที่จะทำให้รถขึ้นไปได้เลย ในทางตรงกันข้ามรถอาจจะ ไหลกลับกลังอย่างควบคุมไม่ได้ การขับรถลงเนินให้ลงด้วยเกียร์ 2 โดยไม่ต้องใช้ เบรค เนื่องจากเกียร์จะดึงรถ ในกรณีที่ชันจัดจริงๆ ให้ใช้เกียร์ 1 ได้ (เกียร์ 1 จะ ดึงรถให้เคลื่อนที่ช้ากว่าเกียร์ 2 จึงเหมาะที่จะใช้กับพื้นผิวที่ไม่สามารถใช้ความ เร็วได้ เช่น ลักษณะทางที่เป็นโขดหิน หากขับลงเร็วช่วงล่างอาจเสียหายได้)

ข้อควรระวัง : ห้ามปล่อยรถไหลลงเนินเกียร์ โดยใช้เกียร์ว่างเด็ดขาด เพราะเบรค จะไม่สามารถทำให้รถหยุดได้ ซึ่งจะเป็นอันตราย

3. การขับรถพื้นเอียง

การขัขขนานไปกับเพื้นเอียง ตำแหน่งและทิศทางของล้อหน้ามีความสำคัญมาก ผู้ขับจะต้องคาด เข็มขัดนิรภัย และลดกระจกข้างลง เพื่อชะโงกมองล้อได้

เมื่อรถท่านอยู่บนระนาบ ซึ่งมีความเอียงมาก ให้ใช้วิธีการเดินรถช้าๆ (WALKING SPEED) โดย รักษารอบเครื่องให้คงที่พร้อมกับระมัดระวังทิศทางของพวงมาลัยหน้า อย่าหักพวงมาลัยไปใน ทิศทางขึ้นเป็นอันขาด เนื่องจากรถอาจจะม้วนคว่ำลง ให้ปรับทิศทางพวงมาลัยไปในทิศทางลง เพื่อให้ล้อหน้ายันไม่ให้รถพลิกคว่ำได้

ข้อควรระวัง : ห้ามยื่นส่วนหนึ่งส่วนใดของร่ายกางออกนอกรถ

4. การขับข้ามน้ำ

มีข้อปฏิบัติที่แตกต่างจากกรณีอื่น นั้นคือ ห้ามใส่เข็มขัดนิรภัย พร้อมกันนั้นให้ไขกระจกข้างลง, ปลอดล็อกประตู และปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันการลัดวงจรไฟฟ้า ในกรณีที่เป็น รถที่มีระบบล็อคไฟฟ้า ในกรณีฉุกเฉินให้มุดออกทาง หน้าต่าง

เมื่อเราเจอน้ำขวางเส้นทาง สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติ คือ เดินลงสำรวจร่องน้ำเพื่อหาเส้นทางที่ง่ายที่สุดในการ ข้ามน้ำ ระดับน้ำที่ลึกที่สุดที่รถสามารถลุยผ่านได้ก็คือ ระดับมิดยางพอดี เนื่องจากไส้กรองอากาศอยู่ในระดับ เดียวกับไฟหน้า เราจึงควรหลีกเลี่ยงระดับน้ำที่ลึก กว่านี้ หากน้ำมีกระแสแรง การขับข้ามอาจต้องแน่ใจ ว่าระดับน้ำไม่สูงกว่าขอบยาง มิฉะนั้น จะถูกน้ำพัดไป เนื่องจากรถจะลอยและล้อจะไม่แตะพื้น จากนั้นให้ สัเงกตทิศทางและความแรงของกระแสน้ำ ว่าควรตัดกระแสน้ำมากน้อยเพียงใด หากมีกระแสน้ำ แรงมากก็ควรหลีกเลี่ยง

การขับน้ำให้ขับด้วยความนิ่มนวล โดยใช้เกียร์ 4L (เกียร์ 1 ) ทั้งนี้เพราะเกียร์ 1 เป็นเกียร์ที่รถจะดับยาก ที่สุด และรถก็จะมีความเร็วต่ำ ซึ่งจะทำให้ช่วงล่าง ปลอดภัย ถ้าหากเราขับเร็วแล้วกระทบกับหินใต้น้ำ ช่วงล่างอาจเสียหายได้

ถ้าหากรถดับในน้ำ ห้ามสตาร์ทซ้ำเด็ดขาด เพราะน้ำ ได้เข้าไปในเครื่องยนต์แล้ว ให้ดึงรถขึ้นมาบนฝั่ง ทำการไล่น้ำออกจากระบบน้ำมันให้หมด แล้วจึงเช็ค ระบบไฟฟ้า จนแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยจึงค่อย สตาร์ท

หลังจากทำการลุยน้ำ ให้ตรวจเช็คน้ำมันเกียร์, น้ำมัน เกียร์สโลว์, น้ำมันเฟืองหน้าและเฟืองท้าย ว่าน้ำเข้า ไปผสมในน้ำมันหรือไม่ หากมีน้ำผสมในน้ำมัน น้ำมันจะเปลี่ยนเป็นสีขุ่นคล้ายสีกาแฟ หากน้ำเข้าเฟืองท้ายมาก ให้ทำการเปลี่ยนถ่ายทันที

ข้อควรระวัง : ถ้าหากกระแสน้ำแรงมากจนแน่ใจไม่ สามารถขับผ่านกระแสน้ำได้ ให้เร่งเครื่องแล้วดับ กุญแจรถทันที เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าไป ในเครื่อง ระวังอย่าให้รถน็อคดับเอง หากแช่น้ำเป็น เวลานาน ให้นำรถขึ้นมาแล้วทำการไล่น้ำออกจาก ระบบเครื่องยนต์ หากกระแสน้ำแรงมากและจำเป็น ต้องผ่านจริงๆ ให้รถคันที่อยู่ข้างหลังโดยสายสลิงกับ ท้ายรถคันหน้า เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่ไม่ สามารถสุ้ความแรงของกระแสน้ำได้


5. การขับรถบนทราย

การขับบนทรายให้ใช้ WALKING SPEED ประกอบ กับลดแรงดันลมยางลงเหลือประมาณ 15-18 ปอนด์/ตร.นิ้ว หากมีอุปกรณ์พิเศษ (TIRE LOCK) ก็สามารถลดแรงดันลงเหลือเพียง 8 ปอน์ด/ตร.นิ้ว ได้ โดยที่ยางไม่หลุดขอบ

การลดแรงดันลมยางก็เพือ่เพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสของ หน้ายางกับทรายให้มากขึ้น โดยเราจะต้องบรักษา รอบเครื่องให้คงที่ที่สุด ถ้าหากกดคันเร่งแรงเกิน ล้อจะขุดทรายฝังตัวเอง จะเห็นได้ว่าดอกยาง MUD-TERRAIN จะขุดทรายทำให้รถจมได้ง่ายกว่า ดอกยางแบบ ALL-TERRAIN



หากเป็นทรายชายทะเล ซึ่งมีความร่วนซุยมาก เมื่อ เราตั้งหลักได้ ก็ให้ไล่เกียร์ได้ตามปกติ หากมีการ สะดุดในการขับรถอาจจะจมทรายได้ การขับบนทราย ที่ร่วนซุยมาก ให้หลีกเลี่ยงการเลี้ยวแคบๆ เนื่องจาก แก้มยางหน้าจะต้านทราย ทำให้จังหวะของรถเสียหาย

ข้อควรระวัง : ถ้าหากรถจมทรายละเอียด ควรใช้รอก ไฟฟ้า (WINCH) ดึงรถขึ้น โดยไม่ต้องเร่งเครื่องยนต์ ห้ามเร่งสู้ เพราะนอกจากจะไม่ขึ้นแล้ว ทรายละเอียด ก็จะเข้าไปกัดตามซีลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสักหลาด กะโหลกล้อ, ซีลเฟืองท้าย, ซีลดุมล้อ รวมทั้งลูกรอกของ สายพาน ราวลิ้น ฯลฯ ทำให้เกิดความเสียหาย

6. การขับรถเนินสลับ

ลักษณะของเนินสลับ คือลักษณะที่มีเนินซ้าย-ขวา สลับกัน เราสามารถใช้ 4L ที่ตำแหน่งเกียร์ 1 หรือ 2 ก็ได้ ให้จับพวงมาลัยหลวมๆ เพื่อที่เราจะได้ไม่ฝืน ไลน์ จะเห็นได้ว่า เมื่อผ่านเนินลูกแรกถึงเนินลูกที่ 2 หากเกิดอาหารงัดของรถ ทำให้รถมีลักษณะเป็นไม้ กระดกไม่สามารถขับต่อไปได้ เป็นเพราะเราฝืนพวง มาลัย ให้แก้โดยหักพวงมาลัยลงเนิน อย่าพยายาม ฝืนขึ้นเนิน เพราะรถจะไปไม่ได้ หากเราใช้กำลังพุ่ง ด้วยความแรง รถอาจจะดีดพลิกคว่ำได้

สรุปก็คือ เราจะขับอย่างไรก็ได้ให้ล้อแตะพื้น 3 จุด เป็นอย่างน้อย เราต้องชะโงกล้อหน้าว่าหักอยู่ในทิศ ทางใด หากรถกระดกไม่สามารถไปได้ให้หักพวงม ลัยกลับในทิศทางตรงกันข้าม แล้วรถจะไปได้เอง ให้ใช้ความนุ่มนวล ประกอบกับจังหวะเครื่องยนต์ และการแก้ทิศทางพวงมาลัยจึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง ที่สุด

ข้อควรระวัง : อย่างไรก็ตามต้องรัดเข็มขัดนิรภัยและ ลดกระจกข้างลง เพราะเนินสลับ อาจทำให้รถพลิกคว่ำ ได้ง่าย หากใช้ความรุนแรง

7. การขับรถในโคลน

ถ้าหากสามารถลดแรงดันลมยางได้ โดยอยู่ที่ประมาณ 15-18 ปอนด์/ตร.นิ้ว ได้ จะทำให้การขับในโคลนง่าย ขึ้นมาก ดอกยางที่ต้องใช้ในโคลน ก็คือ ดอกยางแบบ MUD-TERRAIN

การขับรถในโคลน ให้เลือกใช้ 4L ที่ตำแหน่งเกียร์ 2 เท่านั้น (ยกเว้นเครื่องยนต์เบนซินที่มีซีซีต่ำ ให้ใช้ 4L ทีตำแหน่งเกียร์ 1)

ลักษณะของโคลนที่มีพื้นล่างแข็งยางหน้าแคบจะให้ ผลในการจิกที่ดีกว่ายางหน้ากว้าง วิธีการขับก็ให้ขับ ตามร่องรถคันหน้า ไม่ตำเป็นต้องเปิดไลน์ใหม่ ในการขับในเส้นทางธรามชาติจริง ถ้าหากด้านข้างมี เหว ต้องยึดร่องเดิมเป็นหลัก ห้ามคร่อมหรือฝืนร่อง เด็ดขาด เพราะรถจะเสียหลักขวางลำ ซึ่งจะอันตราย มาก การขับคร่อมร่องนอกจากจะอันตรายแล้ว จะทำ ให้คันชัก คันส่ง และต่อมลูกหมากหักได้

หากเป็นลักษณะโคลนเละ ห้ามขับกระโจนลงบ่อโคลน เพราะโคลนจะกระเด็นขึ้นมาจับที่รังผึ้งหม้อน้ำ และห้องเครื่องทั้หงมด ผลก็คือ ความร้อนของเครื่อง ยนต์จะสูงมาก เนื่องจากดินอุดตันรังผึ้งหม้อน้ำ และไดชาร์จจะไม่ชาร์จไฟ เนื่อจากแปลงถ่านไม่ดีด ออก จะทำให้มีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้า เหตุผลอีก ประการหึ่งก็คือ หากเรากระโจนลงในบ่อโคลน เราจะไม่รู้ได้เลยว่าข้างใต้โคลนนั้นมีอะไรอยู่ หาก เผอิญเป็นก้อนหินใหญ่ ก็จะทำให้ช่วงล่างพัง

การดิ้นรนในกรณีจมโคลน (ในรถเครื่องยนต์ดีเซล ให้ใช้ 4L ที่ตำแหน่งเกียร์ 2 ห้ามใช้เกียร์ 1 เพราะ รอบเครื่องจัดเกินไป ไม่สามารถขึ้นได้ ส่วนในรถ เครื่องยนต์เบนซินที่มีซีซีต่ำ แรงบิดจะน้อยกว่า เครื่องยนต์ดีเซลให้ใช้เกียร์ 1) สามารถใช้รอบเครื่อง สูงได้ แต่ต้องแน่ใจก่อนว่าล้อได้หมุนแล้วเล็กน้อย จึงเร่งรอบเครื่องสูงได้เลย ห้ามออกรถแบบกระชาก เพราะจะทำให้ฟันเฟืองท้ายเสียหาย หรือเฟืองเพลา ขับอาจจะรูดได้ ในขณะที่เร่งรอบสูงอยู่นั้นให้ส่ายพวง มาลัยซ้ายสลับขวาเพื่อหาพื้นผิวใหม่ในการดึงรถขึ้น จากหล่มโคลน

ข้อควรระวัง : ในขณะที่ขับโคลนล้อจะเลื่อไถล บางครั้ง เมื่อเราหักเลี้ยวพวงมาลัยรถอาจจะไม่ไปในทิศทางที่ เราต้องการ จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง ในการขับขี่ ให้มากขึ้น ควรทำการล้างอัดฉีดหลังจากการขับลุย โคลน เนื่องจากโคลนจะเข้าไปในเบรค ทำให้ผ้า เบรคหมดได้ และการระบายความร้อนเครื่องยนต์ก็ จะดีขึ้น

ปัญหาที่พบอีกประการหนึ่ง คือ โคลนจะเข้าไปกัดซีล เฟืองท้าย ทำให้น้ำเข้าเฟืองท้ายโดยไม่รู้ตัว จึงจำเป็น ต้องเช็คซีลเฟืองท้ายทุกครั้งหลังจากลุยโคลนว่ามีรอย รั่วซึมหรือไม่

หากท่านอยู่ในป่า ต้องการล้างดินออกจารังผึ้งหม้อน้ำ ให้ใช้น้ำในลำธารสาดที่หม้อน้ำ พร้อมกับสตาร์ท เครื่องยนต์และเร่งรอบเครื่องประมาณ 3-4 พันรอบ เพื่อให้พัดลมหม้อน้ำดึงเอาน้ำที่มีดินละลายอยู่ผ่าน ทะลุรังผึ้งหม้อน้ำออกมา หากไม่เร่งเครื่องช่วยก็จะไม่ เป็นผล

8. การขับรถข้ามสะพานซุง

ต้องใช้ความระมัดระวัง ถ้าเป็นไปได้ควรมีผู้บอกไลน์ โดยใช้สัญญาณมือไม่ควรใช้ความเร็ว และ ควรรักษารอบเครื่องให้คงที่ เพราะหากท่อนซุงลื่นประกอบกับเลอะโคลน การเปลี่ยนระดับความ เร็วอาจทำให้ล้อรถลื่นและตกสะพานได้ หากเป็นเวลากลางคืนให้เปิดไฟหรี่ เพื่อไม่ให้ไฟแยงตา ผู้บอกไลน์ และผู้บอกไลน์ควรถือไฟฉายส่องล้อทั้งสี่ให้แน่ใจว่าล้อทั้งสี่อยู่บนสะพานแล้วจึง ส่งสัญญาณให้มาได้

เราควรใช้ 4L ที่ตำแหน่งเกียร์ 1 โดยเดินรอบเครื่องอย่างสม่ำเสมอ อาจใช้ WALKING SPEED โดยไม่ต้องแตะคันเร่ง และควรเตรียมพร้อมในการเหยีบเบรค หากผู้ดูไลน์สั่งให้หยุด

จะเห็นว่า วิธีการรถขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างถูก ไม่ใช่การขับด้วยความรุนแรงเพราะความรุนแรง จะทำให้รถมีปัญหา และไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจึงควรฝึกทักษะจนเกิดความ ชำนาญสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ตัวอย่างอุปสรรคที่ยกมานี้ เป็นลักษณะอุปสรรคที่จะพบจริงในเส้นทางธรรมชาติแบบออฟโรด หากท่านขับได้อย่างถูกต้องก็จะช่วยป้องกันไม่ให้รถเกิดความเสียหาย และเพื่อเพิ่มความปลอด ภัยของตัวท่าน จากนี้ไปสิ่งที่ท่านต้องหาประสบการณ์ด้วยตัวท่านเอง ก็เหลือเพียงการอ่านไลน์ เท่านั้น....

REF : http://www.siamcar.com/siam4x4/tech/t10.html

24
Free Lock เป็นอุปกรณที่มีประโยชน์สำหรับรถ 4wd.  ซ่ึงทำหน้าที่ ให้ล้อหน้าเป็นอิสระกับเพลาขับ ทำให้การขับขี่ในระบบขับ2 มีความเป็นอิสระมากข้ึน
ซ่ึงรถ 4wd จะตัดระบบขับสี่ ที่เกียร์ทรานเฟอร์ ทำให้เวลาขับสอง ล้อหน้าก็จะหมุนไปพร้อมกับเพลาขับด้วย  ทำให้เกิดภาระในการขับเคล่ือนโดยเปล่าประโยชน์  สึกหรอมากข้ึน. free lock จึงเข้ามาแบ่งเบาภาระในจุดนี้

ประโยชน์ของ freelock มีดังนี้
1. ทำให้ล้อหน้าเป็นอิสระกับเพลาขับ
2. ประหยัดน้ำมันข้ึนนิดหน่อย
3. ได้วงเลี้ยวที่แคบข้ึน
4. ทำให้ยางหุ้มเพลาขับมีอายุนานข้ึนเยอะ
5. การสึกหรอของระบบขับเคล่ือนมีน้อยลง
6. การขับขี่ในระบบขับสองมีความคล่องตัวมากขึ้น
7. การขับขี่ในระบบขับสี่มีประสิทธิภาพมากข้ึน

Free Lock มีหลายยี่ห้อ เช่น aizin. warn. avm  เราแนะนำให้ใช้ของแท้นะคับ ราคาแพงกว่า แต่ใช้คุ้มกว่าคับ หาซ้ือได้ตามเชียงกงครับ
การใช้งาน ขับสองปกติ ให้บิดไปที่ free การใช้งาน ในระบบขับสี่ ให้บิดไปที่ lock. ครับผม

อย่าลืมหามาใส่กันนะครับ ชาว 4wd ขอบคุณครับ

By Jack Sena Service

25
เมื่อครั้งก่อนเราไปไม่ถึงจุดหมาย..เราจึงต้องลองมันอีกครั้ง
ทริปผาตัด..รีเทิร์น by กาลครั้งหนึ่ง ออฟโรด


สมาชิกที่ไม่มีรถไป และ สนใจทริปนี้ แจ้งมาได้เลยครับ

26
กาลครั้งหนึ่ง ออฟโรด / 2"iNCH Offroad
« เมื่อ: มีนาคม 26, 2015, 03:41:48 PM »
ใหนๆ รถเพื่อนๆ ยกกันกี่นิ้วกันข้าง ครับ


27
เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคํา ทําทีละอย่าง
‪#‎กาลครั้งหนึ่ง‬
24 มี.ค 2558

28
กาลครั้งหนึ่ง นั่งเล่น / Salary Guide 2015
« เมื่อ: มีนาคม 25, 2015, 10:21:08 AM »
ลองดูกันเล่นๆครับ  Salary Guide 2015
http://www.manpowerthailand.com/tris/public/library/doc/1423050506.pdf

REF : manpowerthailand

29
กาลครั้งหนึ่ง ออฟโรด / ขาย ล้อรถ 4x4 offroad 4WD
« เมื่อ: มีนาคม 24, 2015, 04:37:23 PM »
รวม ข้อมูล ขายล้อรถ แนว Offroad ครับ

เผื่อ สมาชิกท่านได้ เจอ ข้อมูล ล้อแมกซ์ ถูกๆ
ก็แจ้งให้ เพื่อนสมาชิก ทราบด้วยนะครับบ ^_^

จะได้หล่อๆ กัน ทุกคัน


กระทู้นี้ เป็นเพียงการนำข็อมูลการขายมาจากเวปอื่นๆ
เพื่อเป็นการแชร์ ข้อมูลให้เพื่อนสมาชิกเท่านั้น


ทางกลุ่มไม่ได้ขายล้อหรือยาง แต่อย่างได
และ ต้องขออนุญาตเจ้าของสินเค้า มา ณ ที่นี้ด้วย

Tag : MICKEY THOMSON, BRADLEY, TE37, TE37X, Offset, 0, -10, -20, 16x8, ล้อแม็ก, เล็บเหยี่ยว, ขาย, ล้อออฟโรด, หยดน้ำ, ล้อกระทะ, offroad, 4x4, 4wd, bf goodrich, maxsis, cooper

30
กาลครั้งหนึ่ง ออฟโรด / ทำไมต้อง ยาง BF Goodrich
« เมื่อ: มีนาคม 24, 2015, 04:18:48 PM »
BFGoodrich ผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการยาง
   
1870 จุดเริ่มต้นของ BFGoodrich ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับบริษัทยางแห่งแรกของโลกที่ก่อตั้งโดย Dr Benjamin Franklin Goodrich ที่เมือง อาร์กอน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา
1910 ทำให้ยางมีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้นด้วยการเติมสาร Carbon black ทำให้ยางมีสีดำอย่างที่เห็นในปัจจุบันที่เมืองอาร์กอน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา
1947 คิดค้นยางที่ไม่ต้องใช้ยางในเส้นแรกของโลก
1965 เปิดตัวยางเรเดียลเส้นแรกในอเมริกา
1967 คิดค้นยาง Run-flat เส้นแรก
1976 เปิดตำนานยาง All-Terrain เส้นแรกของโลก ที่ถือเป็นต้นแบบของยาง All Terrain ทุกยี่ห้อในปัจจุบัน และยังคงความนิยมมาตลอด 3 ทศวรรษ
1977 ยืนยันด้านคุณภาพเมื่อยาง BFGoodrich ได้ถูกเลือกให้ใช้ในกระสวยอวกาศ Columbia
1980 ยังคงสร้างตำนานยาง Off-Road ด้วยยาง Mud Terrain เส้นแรกของโลก ที่ยังคงความโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน

ยางรถยนต์เอนกประสงค์ของ BFGoodrich ที่จำหน่ายในปัจจุบันมี 3 รุ่นคือ

-Long Trail T/A Tour
-All Terrain T/A  KO 
-Mud Terrain T/A  KM-KM2

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.bfgoodrich-thai.com

ส่วนในด้านราคาขางยางตัวนี้ถือว่าราคาค่อนข้างสูงพอสมควร ทำให้หลายคนต้องตัดใจไปหาใช้ยางที่ราคาพอสู้ไหว
ราคาของยางก็จะแล้วแต่ขนาดของยางแต่ละไซต์ ซึ่งสามารถสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายได้ครับ

ขอดีเลยของยางยี่ห้อนี้ครับ ลายสวยดุดันมากครับทั้ง All Terrain และ  Mud Terrain 
ในด้านของยาง All Terrain เสียงค่อนข้างเงียบมากๆ เมื่อได้ลองใช้แล้วจะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของดอกยาง
รุ่นของ All Terrain  การยึดเกาะถนนดีมากๆ ครับ เข้าได้ทุกโค้งอย่างมันใจ แต่ก็อย่ามั่นใจมากเกินไปนะครับ
มันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้หลุดโค้งออกไปได้ ขับขี่ปลอดภัยแล้วกันนะครับ

ตำนานแห่งยาง All Terrain ที่ถือเป็นต้นแบบของยาง All Terrain ทุกยี่ห้อในปัจจุบัน กว่า 3 ทศวรรษที่พิชิตมาแล้วทั้งบนถนนหลวง และทางทุรกันดาร ด้วยลายดอกยางที่เป็นเอกลักษณ์ที่สามารถให้สมรรถนะการยึดเกาะบนทุกพื้นถนนอย่างเหลือเชื่อ และเบื้องหลังความสำเร็จนี้คงต้องยกนิ้วให้กับเทคโนโลยีอื่นๆที่คิดค้นโดย BFGoodrich ไม่ว่าจะเป็น Shoulder Lock? ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งและตะลุย, โครงสร้างยาง Trigard? ที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ พร้อมช่วยรับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม, ร่องบากขนาดเล็ก (Sipes) ที่ช่วยตัดฟิล์มน้ำ และช่วยลดเสียงขณะขับขี่ ฯลฯ คงไม่ต้องสงสัยแล้วว่า ทำไม All Terrain จึงเป็นตำนานของยางรถยนต์เอนกประสงค์จนถึงปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bfgoodrich-thai.com

Load range และ PR

โดยปรกติ ยาง BF จะมีจำนวน ชั้นตางกันไป ตามขนาดยาง ซึ่งจำนวนชั้นผ้าใบของยางก็จะมี ตั้งแต่  6ชั้น 8ชั้น 10ชั้น ครับ
ที่แก้มยาง จะมีค่าบอก ทั้ง load range และ PR เช่น PR6 PR8 PR10
-Load range c  = 6 ชั้น
-Load range d  = 8 ชั้น
-Load range e  = 10 ชั้น
ส่วนใหญ่ bf 265-75-16 จะ 10 ชั้น  ส่วน 8 ชั้น จะอยุ่ในไซส์ที่เล็กว่า
ส่วน 6 ชั้น จะเหมาะกับพวกล้อขอบ18 19 20 ขึ้นไป




หน้า: 1 [2] 3