สวัสดี บุคคลทั่วไป

ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมต้อง ยาง BF Goodrich  (อ่าน 14932 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

maxbasic

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 315
    • ดูรายละเอียด
ทำไมต้อง ยาง BF Goodrich
« เมื่อ: มีนาคม 24, 2015, 04:18:48 PM »
BFGoodrich ผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการยาง
   
1870 จุดเริ่มต้นของ BFGoodrich ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับบริษัทยางแห่งแรกของโลกที่ก่อตั้งโดย Dr Benjamin Franklin Goodrich ที่เมือง อาร์กอน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา
1910 ทำให้ยางมีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้นด้วยการเติมสาร Carbon black ทำให้ยางมีสีดำอย่างที่เห็นในปัจจุบันที่เมืองอาร์กอน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา
1947 คิดค้นยางที่ไม่ต้องใช้ยางในเส้นแรกของโลก
1965 เปิดตัวยางเรเดียลเส้นแรกในอเมริกา
1967 คิดค้นยาง Run-flat เส้นแรก
1976 เปิดตำนานยาง All-Terrain เส้นแรกของโลก ที่ถือเป็นต้นแบบของยาง All Terrain ทุกยี่ห้อในปัจจุบัน และยังคงความนิยมมาตลอด 3 ทศวรรษ
1977 ยืนยันด้านคุณภาพเมื่อยาง BFGoodrich ได้ถูกเลือกให้ใช้ในกระสวยอวกาศ Columbia
1980 ยังคงสร้างตำนานยาง Off-Road ด้วยยาง Mud Terrain เส้นแรกของโลก ที่ยังคงความโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน

ยางรถยนต์เอนกประสงค์ของ BFGoodrich ที่จำหน่ายในปัจจุบันมี 3 รุ่นคือ

-Long Trail T/A Tour
-All Terrain T/A  KO 
-Mud Terrain T/A  KM-KM2

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.bfgoodrich-thai.com

ส่วนในด้านราคาขางยางตัวนี้ถือว่าราคาค่อนข้างสูงพอสมควร ทำให้หลายคนต้องตัดใจไปหาใช้ยางที่ราคาพอสู้ไหว
ราคาของยางก็จะแล้วแต่ขนาดของยางแต่ละไซต์ ซึ่งสามารถสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายได้ครับ

ขอดีเลยของยางยี่ห้อนี้ครับ ลายสวยดุดันมากครับทั้ง All Terrain และ  Mud Terrain 
ในด้านของยาง All Terrain เสียงค่อนข้างเงียบมากๆ เมื่อได้ลองใช้แล้วจะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของดอกยาง
รุ่นของ All Terrain  การยึดเกาะถนนดีมากๆ ครับ เข้าได้ทุกโค้งอย่างมันใจ แต่ก็อย่ามั่นใจมากเกินไปนะครับ
มันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้หลุดโค้งออกไปได้ ขับขี่ปลอดภัยแล้วกันนะครับ

ตำนานแห่งยาง All Terrain ที่ถือเป็นต้นแบบของยาง All Terrain ทุกยี่ห้อในปัจจุบัน กว่า 3 ทศวรรษที่พิชิตมาแล้วทั้งบนถนนหลวง และทางทุรกันดาร ด้วยลายดอกยางที่เป็นเอกลักษณ์ที่สามารถให้สมรรถนะการยึดเกาะบนทุกพื้นถนนอย่างเหลือเชื่อ และเบื้องหลังความสำเร็จนี้คงต้องยกนิ้วให้กับเทคโนโลยีอื่นๆที่คิดค้นโดย BFGoodrich ไม่ว่าจะเป็น Shoulder Lock? ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งและตะลุย, โครงสร้างยาง Trigard? ที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ พร้อมช่วยรับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม, ร่องบากขนาดเล็ก (Sipes) ที่ช่วยตัดฟิล์มน้ำ และช่วยลดเสียงขณะขับขี่ ฯลฯ คงไม่ต้องสงสัยแล้วว่า ทำไม All Terrain จึงเป็นตำนานของยางรถยนต์เอนกประสงค์จนถึงปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bfgoodrich-thai.com

Load range และ PR

โดยปรกติ ยาง BF จะมีจำนวน ชั้นตางกันไป ตามขนาดยาง ซึ่งจำนวนชั้นผ้าใบของยางก็จะมี ตั้งแต่  6ชั้น 8ชั้น 10ชั้น ครับ
ที่แก้มยาง จะมีค่าบอก ทั้ง load range และ PR เช่น PR6 PR8 PR10
-Load range c  = 6 ชั้น
-Load range d  = 8 ชั้น
-Load range e  = 10 ชั้น
ส่วนใหญ่ bf 265-75-16 จะ 10 ชั้น  ส่วน 8 ชั้น จะอยุ่ในไซส์ที่เล็กว่า
ส่วน 6 ชั้น จะเหมาะกับพวกล้อขอบ18 19 20 ขึ้นไป



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2018, 12:17:22 PM โดย maxbasic »
หากคุณอยากมีบางอย่างที่คุณไม่เคยมี..คุณก็ต้องทำบางอย่างที่คุณไม่เคยทำ

maxbasic

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 315
    • ดูรายละเอียด
Re: ทำไมต้อง ยาง BF Goodrich
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 24, 2015, 04:19:38 PM »
All Terrain T/A
หากคุณอยากมีบางอย่างที่คุณไม่เคยมี..คุณก็ต้องทำบางอย่างที่คุณไม่เคยทำ

maxbasic

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 315
    • ดูรายละเอียด
Re: ทำไมต้อง ยาง BF Goodrich
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 24, 2015, 04:22:21 PM »
Mud Terrain T/A
หากคุณอยากมีบางอย่างที่คุณไม่เคยมี..คุณก็ต้องทำบางอย่างที่คุณไม่เคยทำ

maxbasic

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 315
    • ดูรายละเอียด
Re: ทำไมต้อง ยาง BF Goodrich
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 24, 2015, 04:30:01 PM »
ก็ BF มันหล่อ นิ คราฟฟฟ





หากคุณอยากมีบางอย่างที่คุณไม่เคยมี..คุณก็ต้องทำบางอย่างที่คุณไม่เคยทำ

maxbasic

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 315
    • ดูรายละเอียด
Re: ทำไมต้อง ยาง BF Goodrich
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 27, 2018, 12:16:17 PM »
น้องต้น เจ้าของ เจ้า Z71  สอบถามมาครับเกียวกับ ล้อและยาง
พอดีถึงเวลาเปลี่ยนพอดี




ตอบคำถามเรื่อง ผ้าใบของยาง ก่อนครับ

โดยปรกติ ยาง BF จะมีจำนวน ชั้นตางกันไป ตามขนาดยาง ซึ่งจำนวนชั้นผ้าใบของยางก็จะมี ตั้งแต่  6ชั้น 8ชั้น 10ชั้น ครับ
ที่แก้มยาง จะมีค่าบอก ทั้ง load range และ PR เช่น PR6 PR8 PR10
-Load range c  = 6 ชั้น
-Load range d  = 8 ชั้น
-Load range e  = 10 ชั้น
ส่วนใหญ่ bf 265-75-16 จะ 10 ชั้น  ส่วน 8 ชั้น จะอยุ่ในไซส์ที่เล็กว่า
ส่วน 6 ชั้น จะเหมาะกับพวกล้อขอบ18 19 20 ขึ้นไป





ส่วนที่ สอบถามเรื่องขนาดยางมาว่า 265/75/16 เหมาะ กับล้อแมก สเปคใหน
ขอแนะนำดังนี้ครับ
ยางขนาด 265/75/16 โดยส่วนตัวคิดว่า น่าจะเหมาะกับแมก กว้าง 8นิ้ว (16x8) ยางจะกลม สวนพอดีกับแมก
ส่วน Offset ก็แล้วแต่ความชอบเลยครับ
หากต้องการล้อล้นๆ ก็​ ET -10, -20, -25
ห้องต้องการ ขายเท่าเดิม ล้อไม่ยื่อออกมา นอกรถมากนัก ก็ ET 0, +7 +10 +15



Bradley ขนาด 16x8 ET0 ยาง Mud Buckshot 265/75/16


TE37x ขนาด 16x8 ET0 ยาง All KO 265/75/16


TE37x ขนาด 16x8 ET0 ยาง Mud Km2 265/75/16


TE37x ขนาด 16x8 ET-25 ยาง Mud KM2 265/75/16


TE37x ขนาด 16x8 ET-25 ยาง Mud KM2 265/75/16


Bradley ขนาด 16x8 ET-25 ยาง Mud KM2 265/75/16



Bradley ขนาด 16x8 ET-25 ยาง All Cooper AT3 265/75/16


Bradley ขนาด 16x8 ET-25 ยาง Mud Km2 265/75/16


Lenso MAX-1 ขนาด 16x9 ET0 ยาง All KO 285/75/16



Special Thank ขอมูลเรื่องผ้าใบยาง จาก Jack Sena
หากคุณอยากมีบางอย่างที่คุณไม่เคยมี..คุณก็ต้องทำบางอย่างที่คุณไม่เคยทำ